Cybersecurity Guide

รหัสผ่าน (Password) ตั้งค่าอย่างไรให้ปลอดภัย

เรียนรู้วิธีตั้งรหัสผ่านให้คาดเดายาก ลดความเสี่ยงจากบัญชีถูกแฮก พร้อมแนวทางใช้ Password Manager, MFA และการดูแลบัญชีผู้ใช้ให้ปลอดภัย ทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและองค์กร

รหัสผ่านเป็นด่านสำคัญในการป้องกันการเข้าถึงบัญชี อีเมล ระบบงาน และข้อมูลสำคัญขององค์กร หากใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่าย ใช้ซ้ำหลายเว็บไซต์ หรือเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบ ผู้ไม่หวังดีอาจนำข้อมูลดังกล่าวไปเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต

การตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลขหรืออักขระพิเศษ แต่ควรคำนึงถึงความยาว ความไม่ซ้ำกัน วิธีจัดเก็บ และการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมด้วย

รหัสผ่านที่ปลอดภัยสำคัญอย่างไร?

บัญชีอีเมลและบัญชีผู้ใช้หลายประเภทสามารถใช้รีเซ็ตรหัสผ่าน หรือเข้าถึงบริการอื่นได้ หากบัญชีใดถูกยึดครอง ผลกระทบอาจขยายไปถึงข้อมูลส่วนตัว เอกสารทางธุรกิจ ระบบภายในองค์กร และบริการที่เชื่อมโยงกับบัญชีนั้น

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

1. ตั้งรหัสผ่านให้ยาวและคาดเดายาก

ความยาวของรหัสผ่านเป็นปัจจัยสำคัญ รหัสผ่านที่ยาวและไม่สามารถคาดเดาได้ง่าย โดยทั่วไปจะต้านทานการเดารหัสผ่านได้ดีกว่ารหัสผ่านสั้น ๆ ที่เพียงเพิ่มตัวเลขหรือสัญลักษณ์เข้าไป

สำหรับบัญชีที่ใช้รหัสผ่านเป็นปัจจัยเดียว ควรตั้งรหัสผ่านอย่างน้อย 15 ตัวอักษร หากระบบรองรับควรใช้ให้ยาวกว่านั้น และพิจารณาความเสี่ยงของบัญชีร่วมด้วย

แนวทางตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย ได้แก่

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างรูปแบบ ไม่ควรนำไปใช้เป็นรหัสผ่านจริง

2. ห้ามใช้รหัสผ่านซ้ำหลายบัญชี

การใช้รหัสผ่านเดียวกันกับอีเมล โซเชียลมีเดีย ระบบงาน และเว็บไซต์ต่าง ๆ ทำให้เกิดความเสี่ยงแบบ Credential Stuffing ซึ่งเป็นการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่หลุดจากบริการหนึ่ง ไปทดลองเข้าสู่ระบบของบริการอื่น

ตัวอย่างเช่น หากรหัสผ่านของเว็บไซต์หนึ่งรั่วไหล และคุณใช้รหัสผ่านเดียวกันกับอีเมลบริษัท ผู้โจมตีอาจทดลองใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเข้าถึงอีเมลได้เช่นกัน

ดังนั้นแต่ละบัญชีควรใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกัน โดยเฉพาะอีเมลหลัก บัญชีผู้ดูแลระบบ ระบบการเงิน และระบบที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญขององค์กร

3. หลีกเลี่ยงข้อมูลที่ผู้อื่นคาดเดาได้

ไม่ควรนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวตนหรือสิ่งที่เปิดเผยต่อสาธารณะ มาใช้เป็นรหัสผ่านโดยตรง เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจหาได้จากโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ หรือข้อมูลที่เคยรั่วไหล

แม้การผสมตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์จะช่วยได้ในบางกรณี แต่ไม่ควรพึ่งพาความซับซ้อนของรูปแบบเพียงอย่างเดียว ควรให้ความสำคัญกับความยาว ความไม่ซ้ำ และการคาดเดายากเป็นหลัก

4. ใช้ Password Manager ช่วยจัดการรหัสผ่าน

เมื่อมีบัญชีออนไลน์จำนวนมาก การจำรหัสผ่านที่แตกต่างกันทุกบัญชีอาจทำได้ยาก Password Manager จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างและจัดเก็บรหัสผ่าน โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำรหัสผ่านทั้งหมดด้วยตนเอง

ประโยชน์ของ Password Manager ได้แก่

ควรเลือกใช้เครื่องมือที่น่าเชื่อถือ ตั้งรหัสผ่านหลักที่แข็งแกร่ง เปิด MFA หากมี และป้องกันอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงคลังรหัสผ่าน ไม่ควรเก็บรหัสผ่านเป็นข้อความธรรมดาในไฟล์ Excel, Notepad หรือเอกสารที่ผู้อื่นสามารถเปิดอ่านได้

5. เปิดใช้งาน MFA หรือการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย

MFA (Multi-Factor Authentication) เป็นการเพิ่มขั้นตอนยืนยันตัวตน นอกเหนือจากการใช้รหัสผ่าน เช่น แอปยืนยันตัวตน Security Key หรือ Passkey ซึ่งใช้วิธีการยืนยันตัวตนที่แตกต่างจากรหัสผ่านแบบเดิม

หากรหัสผ่านถูกขโมย การมี MFA สามารถช่วยลดโอกาสที่ผู้ไม่หวังดี จะเข้าสู่ระบบได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม MFA ไม่ได้ป้องกันทุกสถานการณ์ ผู้ใช้งานจึงควรระวังคำขออนุมัติที่ไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้นเอง และไม่เปิดเผยรหัสยืนยันให้ผู้อื่น

บัญชีที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่

6. ไม่เปิดเผยรหัสผ่านและระวังเว็บไซต์ปลอม

ผู้ไม่หวังดีอาจใช้ Phishing หรือการหลอกลวงเพื่อให้ผู้ใช้กรอกรหัสผ่าน ลงในเว็บไซต์ปลอม หรือส่งข้อมูลให้บุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ การตั้งรหัสผ่านที่แข็งแกร่งจึงควรทำควบคู่กับการตรวจสอบก่อนเข้าสู่ระบบ

7. ควรเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยแค่ไหน?

การบังคับเปลี่ยนรหัสผ่านตามรอบเวลาอย่างเดียวไม่ได้รับประกันความปลอดภัย และอาจทำให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่เปลี่ยนเพียงเล็กน้อยจากรหัสเดิม แนวทางที่เหมาะสมคือใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำและแข็งแกร่ง พร้อมเปลี่ยนเมื่อมีเหตุผลด้านความปลอดภัย

ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีเมื่อพบสถานการณ์ เช่น

หากเป็นบัญชีขององค์กร ให้ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยขององค์กร และแนวทางตอบสนองเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ด้วย

8. หากสงสัยว่ารหัสผ่านรั่วไหล ควรทำอย่างไร?

หากพบว่ามีคนเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสงสัยว่ารหัสผ่านถูกเปิดเผย ควรดำเนินการโดยเร็วจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้

  1. เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่ได้รับผลกระทบ
  2. เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีอื่นที่ใช้รหัสผ่านเดียวกัน
  3. ออกจากระบบในอุปกรณ์หรือ Session ที่ไม่รู้จัก
  4. ตรวจสอบอีเมลสำรอง เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางกู้คืนบัญชี
  5. เปิด MFA หรือใช้ Passkey หากบริการรองรับ
  6. ตรวจสอบกิจกรรมการเข้าสู่ระบบและแจ้งผู้ดูแลระบบหากเป็นบัญชีองค์กร

หากสงสัยว่าอุปกรณ์ติดมัลแวร์หรือถูกควบคุมจากระยะไกล ไม่ควรใช้เครื่องดังกล่าวเปลี่ยนรหัสผ่านจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบ เพราะข้อมูลใหม่อาจถูกขโมยซ้ำได้

9. องค์กรควรมีนโยบายรหัสผ่านอย่างไร?

สำหรับองค์กร การรักษาความปลอดภัยของรหัสผ่านไม่ควรเป็นหน้าที่ของผู้ใช้เพียงอย่างเดียว ควรกำหนดมาตรฐานและมีระบบควบคุมที่ช่วยลดความเสี่ยงจากบัญชีถูกบุกรุก

การตั้งรหัสผ่านที่ดีควรเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรวม ร่วมกับการอัปเดตระบบ การป้องกันอุปกรณ์ การควบคุมการเข้าถึง และการสำรองข้อมูลอย่างเหมาะสม

สรุป: รหัสผ่านที่ปลอดภัยเริ่มจากพฤติกรรมที่ถูกต้อง

วิธีตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัยคือใช้รหัสผ่านที่ยาว คาดเดายาก และแตกต่างกันในแต่ละบัญชี ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัว ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน และใช้ Password Manager ช่วยจัดการบัญชีจำนวนมาก

ควรเปิด MFA สำหรับบัญชีสำคัญ ตรวจสอบกิจกรรมการเข้าสู่ระบบ และเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีเมื่อสงสัยว่าถูกเปิดเผย สำหรับองค์กร ควรมีนโยบายควบคุมบัญชีผู้ใช้และสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกยึดครองบัญชีและข้อมูลรั่วไหล

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสั้น กระชับ และตรงประเด็น สำหรับคำถามที่ลูกค้าและ AI มักค้นหา

1. รหัสผ่านที่ปลอดภัยควรมีความยาวเท่าไร?

ควรใช้รหัสผ่านที่มีความยาวอย่างน้อย 15 ตัวอักษรสำหรับบัญชีที่ใช้รหัสผ่านเพียงอย่างเดียว และควรยาวกว่านี้ได้หากระบบรองรับ ความยาว ความไม่ซ้ำ และการคาดเดายากเป็นปัจจัยสำคัญ ควรใช้ร่วมกับ MFA

2. ควรใช้รหัสผ่านเดียวกันทุกเว็บไซต์หรือไม่?

ไม่ควร เพราะหากเว็บไซต์หนึ่งเกิดข้อมูลรั่วไหล ผู้ไม่หวังดีอาจนำรหัสผ่านเดียวกันไปทดลองเข้าสู่ระบบอื่น ควรใช้รหัสผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละบัญชี

3. ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุกกี่เดือน?

ไม่จำเป็นต้องบังคับเปลี่ยนตามรอบเวลาโดยไม่มีเหตุผล หากรหัสผ่านยังปลอดภัยและไม่พบความเสี่ยง ควรเปลี่ยนทันทีเมื่อสงสัยว่ารหัสผ่านรั่วไหล ถูกเปิดเผย หรือมีการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามนโยบายองค์กร

4. Password Manager คืออะไร และจำเป็นหรือไม่?

Password Manager คือเครื่องมือจัดเก็บและสร้างรหัสผ่านที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละบัญชี ช่วยลดการใช้รหัสผ่านซ้ำ ควรเลือกบริการที่น่าเชื่อถือ ตั้งรหัสผ่านหลักที่แข็งแกร่ง และเปิด MFA หากมี

5. MFA ช่วยป้องกันการถูกแฮกรหัสผ่านได้อย่างไร?

MFA หรือ Multi-Factor Authentication เพิ่มขั้นตอนยืนยันตัวตนนอกเหนือจากรหัสผ่าน เช่น แอปยืนยันตัวตน Security Key หรือ Passkey จึงช่วยลดความเสี่ยงหากรหัสผ่านถูกขโมย ทั้งนี้ควรระวังการหลอกให้อนุมัติคำขอเข้าสู่ระบบด้วย

6. หากสงสัยว่ารหัสผ่านรั่วไหลควรทำอย่างไร?

ใช้เครื่องที่เชื่อถือได้เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงบัญชีอื่นที่ใช้รหัสผ่านซ้ำ ออกจากระบบในอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก ตรวจสอบกิจกรรมการเข้าสู่ระบบ เปิด MFA และตรวจสอบช่องทางกู้คืนบัญชี

7. สามารถจดรหัสผ่านไว้ในไฟล์ Excel หรือ Notepad ได้หรือไม่?

ไม่ควรเก็บรหัสผ่านเป็นข้อความธรรมดาในไฟล์ที่ไม่มีการป้องกัน หากจำเป็นต้องจัดเก็บ ควรใช้ Password Manager ที่น่าเชื่อถือ และจำกัดการเข้าถึงข้อมูล

8. องค์กรควรกำหนดนโยบายรหัสผ่านอย่างไร?

ควรกำหนดให้ใช้รหัสผ่านที่ยาวและไม่ซ้ำกัน เปิด MFA สำหรับบัญชีสำคัญ ใช้ Password Manager ที่ได้รับอนุมัติ จำกัดสิทธิ์ผู้ใช้ ตรวจสอบกิจกรรมเข้าสู่ระบบ และมีกระบวนการเปลี่ยนรหัสผ่านเมื่อพบความเสี่ยง

ต้องการยกระดับความปลอดภัย IT ขององค์กร?

J&P IT Solution ให้คำปรึกษาด้าน IT Infrastructure, Firewall และการดูแลระบบ IT เพื่อช่วยองค์กรวางแนวทางรักษาความปลอดภัย ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการใช้งาน

ติดต่อสอบถาม