Firewall & Network Security

Hardware Firewall กับ Cloud Firewall ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับองค์กร

เปรียบเทียบ Firewall แบบ Hardware และ Cloud ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดเด่น ข้อจำกัด ค่าใช้จ่าย และแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับสำนักงาน หลายสาขา Data Center และระบบ Cloud ขององค์กร

Firewall เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบ Network Security เพราะช่วยควบคุมการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายและตรวจสอบ Traffic ตามนโยบายที่กำหนด แต่เมื่อองค์กรเริ่มใช้งาน Cloud Application ทำงานจากระยะไกล หรือขยายสำนักงานไปหลายสาขา การเลือก Firewall ก็ไม่ได้มีเพียงการติดตั้งอุปกรณ์ไว้ที่สำนักงานอีกต่อไป

รูปแบบที่พบได้บ่อยคือ Hardware Firewall ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์ในเครือข่าย และ Cloud Firewall ซึ่งให้บริการรักษาความปลอดภัยผ่านโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ ทั้งสองรูปแบบมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกจึงควรเริ่มจากการพิจารณาว่าต้องการป้องกันระบบส่วนใด และ Traffic ขององค์กรเดินทางผ่านจุดใดบ้าง

1. Hardware Firewall คืออะไร?

Hardware Firewall คืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่ติดตั้ง ภายในสำนักงาน ห้อง Server หรือ Data Center โดยมักอยู่บริเวณทางเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายภายในกับอินเทอร์เน็ต หรือระหว่างเครือข่ายที่ต้องการแบ่งแยกการเข้าถึง

เมื่อมี Traffic ผ่านอุปกรณ์ Firewall จะตรวจสอบข้อมูลตามกฎที่ผู้ดูแลระบบกำหนด เช่น อนุญาตหรือปฏิเสธการเชื่อมต่อ กำหนดนโยบายระหว่าง VLAN สร้าง VPN ระหว่างสาขา และในรุ่นที่รองรับอาจมีระบบ IPS, Web Filtering, Application Control และการตรวจสอบภัยคุกคามเพิ่มเติม

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ FortiGate และ Firewall Appliance จากผู้ผลิตรายอื่น โดยความสามารถจริงขึ้นอยู่กับรุ่น ลิขสิทธิ์ Subscription และการตั้งค่าที่ใช้งาน

Hardware Firewall ทำงานอย่างไร?

ตัวอย่างเช่น เมื่อพนักงานในสำนักงานเปิดเว็บไซต์ Traffic จะผ่าน Firewall ตามเส้นทางเครือข่ายที่ออกแบบไว้ Firewall สามารถตรวจสอบการเชื่อมต่อและบังคับใช้นโยบายที่เกี่ยวข้อง ก่อนอนุญาตให้ Traffic เดินทางต่อไป

สำหรับองค์กรที่มีหลายสาขา สามารถติดตั้ง Firewall ที่สำนักงานหลัก และสาขาต่าง ๆ แล้วเชื่อมต่อผ่าน Site-to-Site VPN เพื่อให้ระบบส่วนกลางและสาขาสื่อสารกันได้ตามนโยบายที่กำหนด

ข้อดีของ Hardware Firewall

ข้อจำกัดของ Hardware Firewall

2. Cloud Firewall คืออะไร?

Cloud Firewall คือบริการ Firewall ที่ให้บริการผ่านโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ แทนการพึ่งพาอุปกรณ์ Firewall ที่ติดตั้ง ณ จุดใช้งานเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม คำว่า Cloud Firewall ใช้เรียกบริการได้หลายประเภท จึงควรตรวจสอบขอบเขตการป้องกันของผลิตภัณฑ์แต่ละรายก่อนตัดสินใจ

ตัวอย่างรูปแบบที่พบได้ ได้แก่

ดังนั้น Cloud Firewall ไม่ได้หมายความว่า Firewall ทุกชนิดบน Cloud จะสามารถป้องกันทั้งเครือข่ายสำนักงาน ผู้ใช้งานระยะไกล เว็บไซต์ และระบบ Server ได้ครบทั้งหมด ต้องพิจารณาตามประเภทบริการ

Cloud Firewall ทำงานอย่างไร?

ในกรณีของ Cloud Network Firewall Traffic ระหว่างเครือข่ายหรือทรัพยากร บน Cloud จะถูกตรวจสอบตามเส้นทางและนโยบายที่กำหนด ส่วนบริการ FWaaS อาจให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อผ่านระบบของผู้ให้บริการ เพื่อบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยก่อนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตหรือระบบงาน

ขณะที่ WAF จะตรวจสอบคำขอที่ส่งมายังเว็บไซต์หรือ Web Application ตามความสามารถของบริการ จึงไม่ควรนำ WAF มาใช้แทน Network Firewall โดยไม่ประเมินความต้องการด้านความปลอดภัยส่วนอื่น

ข้อดีของ Cloud Firewall

ข้อจำกัดของ Cloud Firewall

3. ตารางเปรียบเทียบ Hardware Firewall กับ Cloud Firewall

หัวข้อ Hardware Firewall Cloud Firewall
ตำแหน่งการทำงาน อุปกรณ์ที่ติดตั้งในสำนักงานหรือศูนย์ข้อมูล บริการบน Cloud หรือผ่านโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ
ระบบที่เหมาะกับการป้องกัน เครือข่ายสำนักงาน สาขา และศูนย์ข้อมูล เมื่อออกแบบให้ Traffic ผ่านอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับบริการ เช่น Cloud Network, ผู้ใช้งานระยะไกล หรือ Web Application
ค่าใช้จ่าย ค่าอุปกรณ์ ลิขสิทธิ์ Subscription และการบำรุงรักษาตามความจำเป็น ค่าบริการต่อเนื่อง อาจคิดตามการใช้งานหรือทรัพยากร
การขยายระบบ ขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์และการเพิ่มอุปกรณ์ ขึ้นอยู่กับแผนบริการ ข้อจำกัด และทรัพยากรที่ผู้ให้บริการรองรับ
การดูแลอุปกรณ์ องค์กรหรือผู้ดูแลต้องจัดการอุปกรณ์และการอัปเดตตามขอบเขตงาน ผู้ให้บริการดูแลโครงสร้างพื้นฐานบางส่วน แต่ผู้ใช้ยังต้องจัดการนโยบายและการตั้งค่าที่รับผิดชอบ
การเชื่อมต่อสาขา รองรับ VPN ระหว่างสาขาได้ในรุ่นที่มีฟังก์ชันดังกล่าว รองรับได้เมื่อบริการมีความสามารถและมีการออกแบบเส้นทางเชื่อมต่อที่เหมาะสม
การทำงานเมื่ออินเทอร์เน็ตขัดข้อง อาจยังควบคุม Traffic ภายในได้ หากอุปกรณ์และเส้นทางเครือข่ายยังทำงาน การเข้าถึงบริการจากภายนอกอาจได้รับผลกระทบตามเส้นทางและรูปแบบการติดตั้ง

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบภาพรวม ความสามารถจริงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ สถาปัตยกรรมเครือข่าย และรูปแบบบริการที่เลือกใช้

4. ควรเลือก Firewall แบบไหนให้เหมาะกับองค์กร?

กรณีที่ 1: สำนักงานมี Server และระบบภายในองค์กร

หากองค์กรมี Server ภายในสำนักงาน ใช้ระบบ ERP หรือ Application ภายใน และต้องควบคุมการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย Hardware Firewall อาจเป็นตัวเลือกหลักที่เหมาะสม โดยควรพิจารณาความสามารถในการแบ่ง Zone, VLAN, VPN และฟังก์ชันป้องกันภัยคุกคาม

หากมีบริการหรือผู้ใช้งานที่อยู่บน Cloud ด้วย สามารถเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยฝั่ง Cloud ให้ครอบคลุมระบบส่วนนั้นได้

กรณีที่ 2: องค์กรใช้งาน Cloud Application เป็นหลัก

หากระบบงานหลักอยู่บน Cloud ควรพิจารณาความสามารถด้าน Network Security ของแพลตฟอร์มที่ใช้งาน รวมถึง Cloud Firewall หรือบริการรักษาความปลอดภัยอื่น ตามรูปแบบสถาปัตยกรรม ไม่ควรเลือกจากชื่อผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

หากมีเว็บไซต์หรือ Web Application ที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าถึง อาจต้องพิจารณา WAF เพิ่มเติม เพราะมีหน้าที่เฉพาะในการตรวจสอบคำขอ และช่วยป้องกันการโจมตีต่อแอปพลิเคชันเว็บ

กรณีที่ 3: บริษัทมีหลายสาขา

องค์กรหลายสาขามักต้องพิจารณาการเชื่อมต่อระหว่างสำนักงาน การเข้าถึงระบบส่วนกลาง การแยกเครือข่าย และการบริหารนโยบายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน Hardware Firewall ที่แต่ละสาขาอาจใช้เชื่อมต่อ Site-to-Site VPN ขณะที่สำนักงานใหญ่ใช้ Firewall หรือระบบบริหารจัดการส่วนกลางตามความเหมาะสม

หากมีการใช้ Cloud Application จำนวนมาก หรือมีพนักงานทำงานจากระยะไกล อาจพิจารณาบริการ Cloud Security เพิ่มเติม โดยต้องประเมินเส้นทาง Traffic และผลกระทบหากการเชื่อมต่อขัดข้องด้วย

กรณีที่ 4: ต้องการลดภาระการดูแลอุปกรณ์

Cloud Firewall อาจช่วยลดภาระการดูแลโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าองค์กรไม่ต้องดูแลความปลอดภัยอีกต่อไป ผู้ดูแลยังต้องกำหนดนโยบาย ตรวจสอบ Log จัดการบัญชีผู้ใช้ ทบทวนสิทธิ์ และติดตามเหตุการณ์ผิดปกติตามขอบเขตความรับผิดชอบ

5. สามารถใช้ Hardware Firewall และ Cloud Firewall ร่วมกันได้หรือไม่?

สามารถใช้ร่วมกันได้ และเป็นแนวทางที่เหมาะกับบางองค์กร ซึ่งมีทั้งเครือข่ายสำนักงาน สาขา Data Center และระบบ Cloud เพราะแต่ละระบบมีลักษณะการเชื่อมต่อและความเสี่ยงแตกต่างกัน

ตัวอย่างแนวทางการวางระบบ ได้แก่

สิ่งสำคัญคือการออกแบบให้แต่ละส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงกฎ Firewall ที่ซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน และต้องมีผู้รับผิดชอบชัดเจนเมื่อเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย

6. Checklist ก่อนตัดสินใจเลือก Firewall

ก่อนจัดซื้อหรือสมัครใช้บริการ ควรตรวจสอบหัวข้อต่อไปนี้

สรุป: Hardware Firewall หรือ Cloud Firewall แบบไหนดีกว่า?

Hardware Firewall เหมาะกับงานที่ต้องควบคุมเครือข่าย ณ สำนักงาน สาขา หรือศูนย์ข้อมูล ส่วน Cloud Firewall เหมาะกับระบบและรูปแบบการใช้งาน ที่บริการนั้นรองรับ เช่น เครือข่ายบน Cloud ผู้ใช้งานระยะไกล หรือการป้องกัน Web Application ในกรณีของ WAF

องค์กรไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงรูปแบบเดียวเสมอไป การใช้หลายมาตรการร่วมกันอาจเหมาะสมกว่า หากออกแบบให้ครอบคลุมเส้นทาง Traffic และกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบชัดเจน

ก่อนตัดสินใจ ควรเริ่มจากการสำรวจระบบเครือข่ายและแอปพลิเคชันที่มีอยู่ ระบุความเสี่ยงและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย จากนั้นจึงเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ค่าใช้จ่าย และความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะกับการใช้งานจริงขององค์กร

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสั้น กระชับ และตรงประเด็น สำหรับคำถามที่ลูกค้าและ AI มักค้นหา

1. Hardware Firewall กับ Cloud Firewall ต่างกันอย่างไร?

Hardware Firewall เป็นอุปกรณ์หรือ Appliance ที่ติดตั้งในเครือข่ายขององค์กรเพื่อควบคุม Traffic ส่วน Cloud Firewall เป็นบริการรักษาความปลอดภัยที่ให้บริการผ่านโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการ โดยตำแหน่งที่ตรวจสอบ Traffic และรูปแบบการติดตั้งจะแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์

2. Hardware Firewall เหมาะกับองค์กรแบบไหน?

เหมาะกับองค์กรที่ต้องการควบคุมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเครือข่ายภายในสำนักงานหรือสาขา รวมถึงองค์กรที่ต้องการเชื่อมต่อ VPN ระหว่างสำนักงานและศูนย์ข้อมูล ทั้งนี้ควรเลือกประสิทธิภาพของอุปกรณ์ให้เหมาะกับปริมาณ Traffic และฟังก์ชันที่ใช้งาน

3. Cloud Firewall เหมาะกับองค์กรแบบไหน?

เหมาะกับองค์กรที่มีระบบ Cloud แอปพลิเคชันออนไลน์ ผู้ใช้งานจากหลายสถานที่ หรือมีความต้องการควบคุมการเข้าถึงผ่านบริการรักษาความปลอดภัยบน Cloud โดยต้องพิจารณารูปแบบบริการและขอบเขตการป้องกันให้ตรงกับระบบที่ต้องการดูแล

4. Cloud Firewall สามารถใช้แทน Hardware Firewall ได้หรือไม่?

บางกรณีสามารถใช้ทดแทนกันได้ในขอบเขตงานที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทุกกรณี เพราะ Cloud Firewall แต่ละประเภทอาจป้องกันเฉพาะระบบ Cloud แอปพลิเคชัน หรือ Traffic ที่วิ่งผ่านบริการนั้น จึงต้องตรวจสอบก่อนว่าสามารถดูแลเครือข่ายสำนักงานและอุปกรณ์ภายในได้ครบตามต้องการหรือไม่

5. Cloud Firewall ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์จริงหรือไม่?

Cloud Firewall บางรูปแบบไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ Firewall สำหรับงานส่วนนั้นโดยตรง แต่ยังอาจมีค่าบริการรายเดือนหรือรายปี ค่าใช้งานตามปริมาณ Traffic และค่าเชื่อมต่อระบบอื่น ๆ ส่วน Hardware Firewall มีค่าอุปกรณ์และอาจมีค่าลิขสิทธิ์ Subscription และบำรุงรักษา

6. องค์กรสามารถใช้ Hardware Firewall และ Cloud Firewall ร่วมกันได้หรือไม่?

ได้ และอาจเหมาะกับองค์กรที่มีทั้งสำนักงาน สาขา ศูนย์ข้อมูล และระบบ Cloud โดยใช้ Firewall ที่สำนักงานเพื่อควบคุมเครือข่ายและ VPN ร่วมกับบริการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบ Cloud หรือแอปพลิเคชันตามความจำเป็น

7. ก่อนเลือก Firewall ควรพิจารณาอะไรบ้าง?

ควรประเมินตำแหน่งของระบบที่ต้องการป้องกัน ปริมาณ Traffic จำนวนผู้ใช้งานและสาขา VPN การทำงานจากระยะไกล การเชื่อมต่อ Cloud ฟังก์ชันความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายรวม การบริหารจัดการ และความสามารถในการกู้คืนเมื่อระบบขัดข้อง

วางแผนระบบ Firewall และ Network Security สำหรับองค์กร

การเลือก Firewall ควรพิจารณาร่วมกับโครงสร้าง Network, Server, VPN และระบบ Cloud ที่ใช้งานจริง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยครอบคลุมและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ

ติดต่อสอบถาม